ดอกต๊าป OSG (Taps)
การพัฒนากระบวนการต๊าปรูเกลียวเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ OSG Corporation ผู้ผลิตเครื่องมือตัดชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 75 ปีและเป็นผู้ผลิตดอกต๊าปรายใหญ่ของโลก ที่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกต๊าปให้กับอุตสาหกรรมการผลิตมาโดยตลอดเช่นกัน หากย้อนกลับไปประมาณ 20 ปี OSG ได้นำเสนอดอกต๊าปในรุ่น EX Series และ V Series ออกสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในนั้นรวมถึงซีรี่ส์ที่สามารถรองรับการทำงานที่หลากหลายได้อย่างเช่น Oversize, Long shank, Endmill shank ซึ่งมีขนาดต่างๆให้เลือกมากกว่า 500 รายการ
เมื่อก้าวสู่ยุคปัจจุบัน OSG ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นพรีเมียมแบรนด์หลายตัวโดยมี A-TAP Series เป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สำคัญ ความเป็นมาของการพัฒนาดอกต๊าป A-TAP นั้นเกิดจากความต้องการที่จะลดปัญหาสำคัญ ๆของการใช้งานดอกต๊าปของลูกค้าซึ่งมีด้วยกัน 3 ข้อคือ ปัญหาการแตกหักและเกิดรอยบิ่น ปัญหาเกลียวเสีย และปัญหาเศษชิ้นงานพันเกลียวจนแตกหรือบิ่น โดยปัญหาทั้ง 3 ข้อนี้เกิดมาจากสาเหตุเดียวนั่นคือการคายเศษที่ไม่ดี OSG จึงได้ทำการพัฒนาคิดค้น A-TAP Series ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้โดยเฉพาะ เพราะปัจจุบันมีลูกค้าหลายรายที่ใช้แมชชีนนิ่งเซนเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ยังคงต้องปรับเงื่อนไขการผลิตงานให้ต่ำลง หรือลูกค้าบางรายต้องจัดเตรียมดอกต๊าปเพื่อให้เหมาะสมกับการผลิตงานและวัสดุชิ้นงาน โดยประสิทธิภาพของ A-TAP นั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยมีรากฐานมาจากเทคนิคการคายเศษเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ซึ่งเทคนิคการคายเศษนั้น OSG ได้ออกแบบร่องนำ (Lead flute) ให้มีขนาดที่ไม่เท่ากัน คือบริเวณส่วนลบคม (Chamfer) ของดอกต๊าปนั้น จะออกแบบร่องนำเฉพาะเพื่อให้กระบวนการต๊าปมีความเสถียรและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนบริเวณของเกลียวสมบูรณ์ สำหรับการคายเศษนั้นจะออกแบบร่องนำให้มีประสิทธิภาพในการคายเศษสูง นอกจากนั้น OSG ยังได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพโดยทำการเจาะงานรูลึกขนาด 2D กับชิ้นงานสแตนเลส (SUS304) ผลที่ได้คือ ในขณะที่ดอกต๊าปทั่วไปเจาะรูได้เพียง 57 รู แต่ A-SFT (Spiral Tap) สามารถเจาะได้มากกว่า 1,000 รู ซึ่งมากกว่าถึง 20 เท่า และยังสามารถใช้งานได้อีกต่อไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้ทำการทดสอบเจาะรูในงานเหล็กคาร์บอน (S45C) ซึ่งได้ปรับความเร็วการเจาะที่ 15, 30, 45 m/min ตามลำดับ ผลที่ปรากฏคือดอกต๊าป A-TAP ก็ให้อายุการใช้งานที่ยาวนานเช่นเดียวกัน ด้วยประสิทธิภาพการคายเศษอันยอดเยี่ยมซึ่งช่วยขจัดปัญหาต่างๆที่สำคัญของงานต๊าปเกลียวบวกกับอายุการใช้งานที่ยาวนานและใช้งานได้กับวัสดุที่หลากหลาย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตพร้อมลดค่าใช้จ่ายในส่วนของเครื่องมือลงได้ ส่งผลดีทางธุรกิจของผู้ประกอบการ จึงไม่ต้องแปลกใจหากจะกล่าวว่า OSG ได้สรรสร้างดอกต๊าป A-TAP Series มาเพื่อเป็นอีกทางเลือกอันชาญฉลาดของลูกค้า
ขอขอบคุณที่มาจาก : http://tools-article.sumipol.com/a-tap-that-defines-tap-standard

Last News
|
|
|
พั้นช์, ไพลอตพั้นช์ (PUNCHES, PILOT PUNCHES)
พั้นช์มีบ่า โดยทั่วไปพั้นช์มีบ่ามาตรฐานจะมีความหนาบ่า 5 มม. และจะเป็นที่นิยมใช้โดยทั่วไป พั้นช์สำหรับงานหนัก จะมีความหนาบ่า 8 มม. ค่า R ของมุมระหว่างลำตัวกับหัวพั้นช์มากขึ้น และขนาดหัวโตขึ้น เพื่อช่วยให้พั้นช์แข็งแรง เหมาะสำหรับใช้เจาะรูบนแผ่นเหล็กหนา
|
|
|
|
เอ็นมิล (Endmill)
เอ็นมิล (Endmill) ในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย เช่นรูปทรง การเคลือบผิว หลายคนจึงอาจสับสนในการเลือกให้ Endmill ให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยการเลือกใช้ Endmill ควรพิจารณาตั้งแต่ลักษณะของ เอ็นมิล (Endmill) คุณสมบัติของวัตถุดิบ และการกระบวนการทำงาน เช่น เหล็กคาร์บอนทั่วไป และเหล็ก Tool Steelนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกัน
|
|
|