รีมเมอร์ (REAMER)
ดอกรีมเมอร์ คือ เครื่องมือตัดที่ใช้ทำงานขั้นตอนสุดท้ายหลังจากเจาะรูด้วยดอกสว่านมาแล้วเพื่อที่จะเก็บผิวละเอียดและขัดผิวชิ้นงานดอกรีมเมอร์จะควบคุมค่าความผิดพลาดขนาด Diameter ได้ดี (Tolerance M5 หรือ +0~0.005 mm.) ค่าความกลมของดอก (0-0.01mm) นอกจากนั้นคมตัดของดอกยังออกแบบให้ทำการขัดผิวไปด้วยในเวลาเดียวกัน
1. ไฮสปีด รีมเมอร์ (High Speed Steel) มีอยู่ 2 แบบ คือ Hand Reamer และ Machine Reamer
– แบบ Hand Reamer ออกแบบคมตัดให้มีองศาของ Chamfer เอียงมาก สามารถใช้มือในการรีมได้
– แบบ Machine Reamer คมตัดมีทั้งแบบร่องตรง (Straight Flute) แบบร่องเลื้อย (Helix Flute) องศาเอียงและ Chamfer จะน้อยกว่ามีให้เลือก
ใช้ทั้งแบบรีมรูตัน และรีมรูทะลุ แบบร่องเลื้อยจะให้คุณภาพผิวรีมที่สวยงามกว่าแบบร่องตรง เนื่องจากต้องใช้เครื่องจักรที่มีความเร็วรอบ จึงใช้ HSS ผสม Cobalt หรือเพิ่มการชุบเคลือบผิว (TiN Coating) เพื่อให้ดอกรีมเมอร์ ทนการสึกหรอได้ดี ความเร็วตัดของดอก HSS อยู่ประมาณ 3-10 m/min ขนาดของรูก่อนรีมต้องเล็กกว่าขนาดของดอกรีมเมอร์ 0.2 ~ 0.3 mm. ความเรียบผิวที่ได้จะอยู่ประมาณ ~ 12.5S
2. คาร์ไบด์ รีมเมอร์ (Carbide Reamer) คมตัดมีทั้งแบบร่องตรง (Straight Flute) แบบร่องเลื้อย (Helix Flute) องศาเอียงและ Chamfer จะน้อยกว่า มีให้เลือกใช้ทั้งแบบรีมรูตันและรีมรูทะลุ ความเร็วตัดของดอกคาร์ไบด์อยู่ประมาณ 10-30 m/min ขนาดของรูก่อนรีมต้องเล็กกว่าขนาดของดอกรีมเมอร์ 0.2~0.3 mm. ความเรียบผิวที่ได้จะอยู่ประมาณ 6.3 ~ 12.5S ดอกคาร์ไบด์ มีความแข็งแกร่งทนการสึกหรอได้ดีกว่าดอกไฮสปีดหลายเท่า จึงเป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันถึงแม้ว่าราคาของดอกคาร์ไบด์แพงกว่า 2-3 เท่าแต่ผลผลิตที่ได้มากกว่าเป็นสิบๆเท่า เนื่องจากวัสดุคาร์ไบด์มีราคาแพง ผู้ผลิตจึงออกแบบดอกรีมเมอร์ เป็น 3 แบบให้เลือกใช้
– แบบคาร์ไบด์ทั้งตัว (Solid Carbide) มีขนาด Diameter ให้เลือกได้ตั้งแต่ 0.2 ~ 16.0 mm. ทั้งแบบร่องตรง และร่องเลื้อย
– แบบคาร์ไบด์เชื่อม (Brazed) ส่วนใหญ่แล้วจะผลิตขนาด Diameter ที่ใหญ่ๆ เนื่องจากวัสดุคาร์ไบด์มีราคาแพงการเชื่อมจะมี 2 แบบ แบบเชื่อมเฉพาะคมตัดกับแบบเชื่อมครึ่งตัว (คมตัดทั้งตัวเป็นคาร์ไบด์เชื่อมกับด้ามจับที่เป็นเหล็ก)ส่วนความละเอียดเที่ยงตรงก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตนั้นๆ
– แบบถอดเปลี่ยน (Indexable Reamer) เป็นการออกแบบให้ใช้งานง่าย ลดต้นทุนการผลิต ถอดเปลี่ยนเฉพาะคมตัด ใช้ความเร็วรอบสูงเพื่อผลิตได้อย่างรวดเร็ว
การออกแบบและการควบคุมกระบวนการ
ในกระบวนการเก็บผิวรูละเอียดหรือรีมมิ่งนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาหรือเตรียมการที่สำคัญมีดังนี้
1) ค่าความร่วมศูนย์โดยรวม (Total Run-out) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีค่าไม่เกิน0.020 มิลลิเมตร โดยจะพิจารณาจาก 3 ส่วนที่สำคัญประกอบกันคือค่าความร่วมศูนย์ของหัวหมุนเครื่องจักร (Machine spindle run-out) ค่าความร่วมศูนย์ของอุปกรณ์จับยึดทูล (Arbor run-out) และค่าความร่วมศูนย์ของทูล (Tools run-out)
2) ดอกสว่านและลักษณะรูนำ (Drill , Pre-Hole character) โดยทั่วไปดอกสว่านที่ควรเลือกใช้ควรมีความแข็งแกร่ง (High rigidity)และมีความเที่ยงตรงสูง (High precision) เพื่อให้ได้ขนาดที่ต้องการและมีความกลมที่ดี(Roundness) ซึ่งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรูนำควรมีขนาดเล็กกว่าขนาดรูรีมมิ่งประมาณ 0.2-0.3 มิลลิเมตร
3) อุปกรณ์จับยึดชิ้นงานควรมีความแข็งแรงสูง เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนและการ เคลื่อนไหวของชิ้นงาน
ขอขอบคุณที่มาจาก : http://tools-article.sumipol.com/effective-reaming-process/

Last News
|
|
|
พั้นช์, ไพลอตพั้นช์ (PUNCHES, PILOT PUNCHES)
พั้นช์มีบ่า โดยทั่วไปพั้นช์มีบ่ามาตรฐานจะมีความหนาบ่า 5 มม. และจะเป็นที่นิยมใช้โดยทั่วไป พั้นช์สำหรับงานหนัก จะมีความหนาบ่า 8 มม. ค่า R ของมุมระหว่างลำตัวกับหัวพั้นช์มากขึ้น และขนาดหัวโตขึ้น เพื่อช่วยให้พั้นช์แข็งแรง เหมาะสำหรับใช้เจาะรูบนแผ่นเหล็กหนา
|
|
|
|
เอ็นมิล (Endmill)
เอ็นมิล (Endmill) ในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย เช่นรูปทรง การเคลือบผิว หลายคนจึงอาจสับสนในการเลือกให้ Endmill ให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยการเลือกใช้ Endmill ควรพิจารณาตั้งแต่ลักษณะของ เอ็นมิล (Endmill) คุณสมบัติของวัตถุดิบ และการกระบวนการทำงาน เช่น เหล็กคาร์บอนทั่วไป และเหล็ก Tool Steelนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกัน
|
|
|